ด้วยความฉงนสงสัย

posted on 20 Mar 2010 14:32 by adisara

ขออภัยไว้ตรงนี้หาย Entry นี้ทำให้ใครไม่พอใจ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวทั้งนั้นในฐานะ medtu คนหนึ่ง อ่านแล้วไม่จำเป็นต้องอินตามนะคะ เพราะไม่มีจุดประสงค์ที่จะพาขึ้น... แค่บ่นให้ฟัง แล้วก็ไม่ยืนยันด้วยว่าข้อมูลที่เอามาบ่นนี่จะจริง 100% เพราะได้ยินมา และมันทำให้ Liverache....................................!!

 

ปิดเทอมแล้วในที่สุด ไม่น่าเชื่อว่าจบปี 2 แล้ว การเรียนกับอาจารย์ใหญ่ผ่านไปแล้ว.... เร็วอย่างน่าใจหาย

แต่ปิดเทอมแล้วก็อย่านึกว่าคนสวยๆ อย่างดั๊นจะได้พักนะคะ  งามเข้าตรึม

ทั้งๆ ที่ตั้งใจไว้แล้วแท้ๆ ว่าอยากพักบ้างอะไรบ้างหลังจากที่เหนื่อย (โคตรๆ) มาทั้งปี

เอาล่ะค่ะไม่บ่นตรงนี้แล้วกัน เพราะยังไงงานทั้งหลายแหล่นั้นก็เป็นงานเพื่อคนที่เรารัก เพื่ออาจารย์ เพื่อเพื่อน เพื่อน้องค่ะ เต็มใจ

 

แต่ไอ้ที่ทำให้ดั๊นฉงนสงสัยเป็นไก่ตาแตกสุดๆ นี่คือประเด็นงานรับน้องที่เกิดขึ้น (อีกแล้ว) ในหัวกระทู้ที่ว่า "งานแรกพบศูนย์นี่มันสร้างความแตกแย้กกกกกสุดๆ เลยนะคะตัว" ดังนั้นอย่าจัดมันเลยค่ะ แต่เอ๊ะจะไม่จัดก็กระไรอยู่ งั้นจัดแล้วกันค่ะ แต่ขอเป็นแค่ 1 วันไม่ค้างคืนนะ แล้วก็ห้ามน้องสนุกกันมากล่ะ ห้ามสันฯ และที่สำคัญ ห้ามพูดคำว่า "โครงการ กส ซีกลาง ซีออก ซีใต้ให้น้องได้ยินเด็ดขาดนะคะ!!!! อร๊ายยยยยยยย อกอีแป้นจะแตกตาย ถ้าเดี๊ยนเป็นน้องเดี๊ยนคงจะปลื้มนะคะ First Depression เอ้ย Impression ค่ะ  = =

ที่เดี๊ยนได้ยินมานี่เป็นความจริงหรือคะ? ถ้าไม่จริงก็แล้วไปค่ะ แต่ถ้าจริงนี่ขอวิพากษ์วิจารณ์อย่างสงบปากสงบคำหน่อยเถอะนะคะ

อันดับแรก คิดว่าเป็นผลดีค่ะที่มีการจัดแรกพบศูนย์ขึ้น โดยเฉพาะ C เพราะน้องๆ จะได้รู้จักคุ้นเคยกับศูนย์ที่ตัวเองต้องเรียนในอนาคตไว้ก่อน และได้เจอกับพี่ๆ เพื่อรับทราบข้อมูลสำคัญบางประการไว้ในเบื้องต้น

และการจัดในระยะเวลา 1 วันนั้น คิดว่าลงตัวค่ะ ถ้าจัดกิจกรรมปึ๊กๆ ไม่เวิ่นเว้อ ไม่ต้องเปลืองงบประมาณ พี่ๆ และน้องๆ ก็ไม่ต้องเหนื่อยกันเกินไป จะได้เอากำลัง เวลา และมุกเด็ดเผ็ดมันของกิจกรรมทั้งหลายมาทุ่มในงานรับน้องใหญ่ให้เต็มที่

แต่เรื่องที่ไม่เห็นด้วยก็คือ

1. ไม่มีสันฯ ?

อันดับแรกมานิยามกันก่อนดีกว่าค่ะ ใครที่คิดว่า "สันทนาการ" หมายถึงการเต้น combo กันจนเหงื่อออกหอบกระหายอย่างเดียวนั้น คิดใหม่นะคะ! มันยังรวมถึงการทำอะไรก็ได้ให้ที่จรรโลงใจ ให้น้องรู้สึกสนุกและมีความสุขไปกับกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นการพูด การเล่นเกม ร้องเพลงเบาๆ คลอไปกับ step มือ เข้ากลุ่ม brain storm หรืออะไรต่างๆ นานา และเพื่อให้น้องกับพี่ได้รู้จักกันในเบื้องต้น หรือที่ใครจะเรียกว่า "ละลายพฤติกรรม (Ice breaking)" นั้นก็คงไม่ผิด

ถ้าไม่นับว่าตัวเองเป็นคนที่ลุ่มหลงในการเต้นแหกปากร้องกรี๊ดๆ ล่ะก็ อยากบอกนะคะว่า การสันฯ เนี่ยมันก็เป็น First impression อยากดีเชียวล่ะค่ะ คิดดูสิคะ ถ้าคุณเป็นเพื่อนใหม่ของหมอธรรมศาสตร์ งานแรกในคณะที่คุณเจอนั้นนิ่งสนิท ประหนึ่งว่ามานั่งสัมมนากับรุ่นพี่ผู้ทรงคุณวุฒิ คุณจะรู้สึกไงคะ บางคนอาจชอบก็ได้นะคะเดี๊ยนไม่รู้ แต่สำหรับเดี๊ยน ไม่แน่ๆ ค่ะ บางทีอาจพาลทำให้รู้สึกไม่อยากมางานรับน้องใหญ่ไปด้วยก็ได้

ทุกคนคงจำงานแรกพบ สพท. กันได้ใช่มั้ยคะ ปีนี้คิดว่าเปลี่ยนที่จัดนะ คิดว่าภาพรวมงานน่าจะดีขึ้น จากที่พบว่าปีที่ผ่านมามาค่อนข้างกร่อย... น้องหนีกลับบ้านกันเยอะ เพราะอะไรน่ะเหรอคะ ลองคิดดูค่ะ..

...

...

...

 

เดี๊ยนก็ไม่รู้เหมือนกัน เผอิญไม่ใช่ฝ่ายประเมิณผลของงานนะคะคุ้ณณณ

แต่เท่าที่เห็น คือบรรยากาศช่วงเช้านี่ไม่ไหวจะเคลียเลยค่ะ เพลียจิตมากๆ จะสันฯ อะไรก็ไม่สะดวก (ก็คุณท่านเล่นไม่ให้ตีกลอง) อีกอย่างอีเพื่อนบาง ม. มันก็แรงนะคะ เกินหน้าเกินตามากค่ะ up กันทั้งวัน ในขณะที่เพื่อนบาง ม. นั่งง่อย มันไม่เหนื่อยบ้างเหรอคะ..... ไม่หรอกค่ะ เพราะเค้าสนุกกันไงคะ เค้ากล้าเต้น กล้าแรง ถ้าเป็นครั้งแรงที่เค้าเจอกัน เค้าคงไม่กล้าหรอกค่ะ แต่นี่เค้าได้ทำอะไรอย่างนี้กันมาก่อนแล้วไงคะ เค้าเลยกล้า

ลากมาซะยาวก็แค่จะบอกว่า คิดดูสิ ขนาดปีก่อนๆ เราเคยสนุก เราเคยเต้นด้วยกันมาบ้างแล้ว เรายังแทบแป้กในงานนี้ แล้วถ้าเราไม่เคยทำอะไรเลย... โอกาสสูงค่ะที่จะแป้กมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก อันนี้เป็นห่วงน้องๆ 20 ค่ะ กลัวน้องจะ fail กัน พูดตรงๆ เพราะรุ่นเดี๊ยนเองยอมรับมีโอกาสได้สันฯ ให้น้องน้อย และอาจถ่ายทอดได้ไม่มาก น้องก็ไม่ค่อยได้เต้น แล้วก็ไม่ค่อยมีประสบการณ์ในการนำสันฯ ด้วย แทนที่งานแรกพบศูนย์จะมีโอกาสได้ฝึก ได้ทวน ก็เป็นอันว่าไม่ได้ค่ะ... จบกัน แต่ได้ข่าวมาว่าน้องบางโครงการยังจัดให้มีสันฯ อยู่แถมมีซ้อมก่อนด้วย ต้องชื่นชมในความอุตสาหะทำเพื่อน้อง 21 นะ ^^ (น้องโครงการอื่นคงตั้งตัวไม่ทันพี่เข้าใจ ไม่เป็นไรนะจ๊ะ งานต่อๆ ไปเอาใหม่จ่ะ ยังมีโอกาส)

ดังนั้นจึงขอเป็นกำลังใจให้น้อง 20 นะ ไม่แน่พี่อาจประเมินอะไรผิดไปก็ได้ เพราะน้องก็สามารถกันอยู่ ปีนี้ตีกลองได้ด้วย (รึเปล่า?) ^^ คงจะมันส์ได้ไม่ยากจ่ะ

 

แล้วถามว่าการที่น้อง 21 เพิ่งจะมาได้เต้นครั้งแรกในงานแรกพบ สพท. นั้น เสียหายรึเปล่า?

คำตอบคือ "ไม่เสียหายค่ะ แต่เสียดาย" เพราะแทนที่ แรกพบท่าพระจันทร์จะพอเต้นกันเป็นบ้างแล้ว และได้สนุกกันเต็มที่ ก็กลายเป็นว่ายังต้องแอ๊บๆ อยู่เล็กน้อยถึงมาก (อันนี้ขึ้นอยู่กับความแรงองน้องด้วย ถ้าน้องแรงมันก็แรงอ่ะ หยุดไม่อยู่ เหอ ๆ)

 

 

 

แค่นี้แหละค่ะในประเด็นแรก มาที่ประเด็นที่สองค่ะ

2. ห้ามใช้คำว่า "โครงการ" ไม่ว่าจะซีนั้น ซีนี้ เพราะจะเป็นการแบ่งแยก

มีประเด็นนี้จริงหรือ ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ามี...

อืมมม ประเด็นนี้คิดหนักนะคะ จะว่าไม่เห็นด้วยมันก็ไม่เชิง แต่คิดว่ามันไม่จำเป็นมากกว่าค่ะ

Word เดี่ยว ๆ มันก็แค่สัญลักษณ์แหละค่ะ Sentence สิคะที่สำคัญ

เราหนีความจริงไม่ได้หรอกว่า เราอยู่คนละโครงการกัน เราปฏิเสธได้มั้ยคะว่าชั้นเป็น กสพท. ชั้นเป็นซีกลาง เป็นซีออก เป็นซีใต้ เป็นแผนไทย.....?

แต่ความจริงอีกอย่างคืออะไรคะ "เราเป็นแพทย์ธรรมศาสตร์" ค่ะ และก็เป็น "รุ่นเดียวกันด้วย"

การหลีกเลี่ยงที่จะพูดคำว่าโครงการมันในทรรศนะของเดี๊ยนมันก็คือการหลบจากความจริงแหละค่ะ

ทำไมคะ ทำไมเราไม่ยอมรับว่าถึงเราจะเป็นแพทย์ มธ. คนละโครงการ แต่เราก็ควร และ สามารถ ที่จะรัก จะสามัคคีกันได้ แบบไม่ต้องมีรอยกาวมาประสานได้ไม่ใช่เหรอคะ รุ่นพี่ที่ผ่านๆ มายังทำได้เลยค่ะ ทำให้มันลงตัวอ่ะค่ะ ไม่จำเป็นต้องให้มันเป๊ะตาม Thoery นักหรอก

เราสามารถบอกน้องได้ สอนน้องได้ ไม่ใช่หรือคะ  Word บาง Word ที่ไม่เหมาะสม แต่ถ้ามันเอามาใช้ใน Sentence ที่ชาญฉลาด มันก็เปลี่ยนมาเป็นสิ่งที่เลอค่าจนส่องแสงเฮ้ากวงได้มิใช่หรือ?

แล้วถ้าใครจะบอกว่า "งานแรกพบมันทำให้น้องเกาะกลุ่มกันเป็นก้อนอึ๊หรืออะไรก็ตาม" ขอเถียงค่ะว่า ถ้าไอ้ก้องอึ๊นั่นมันรู้จักประสานกันเป้นก้อนเดียว อาจไม่ต้องรวมเป็นก้อนเดียวแต่ Co กันเป็นกองเดียวที่ส่งกลิ่นหอมรัญจวนไปในสามโลกในภายหลังมันจะแตกแยกมั้ยคะ ...  

แล้วใครจะมาบอกอีกว่า "ก็น้องซีมันรู้จักกันมาก่อนแล้วนี่หว่า ช่วยไม่ได้ค่ะ" ขอถามว่า เปลี่ยนทัศนคติ เปลี่ยนมุมมอง กันไม่ได้เลยหรือ ... ถ้าเปลี่ยนไม่ได้ "กิจกรรมนั้น (You Know what)" จะมีขึ้นมาทำไม?

 

ขอโทษอีกครั้งถ้าทำให้ใครไม่พอใจ แต่เรื่องเหล่านี้ (ที่รู้มา) มันค้างคาในใจ ถ้าไม่เป็นความจริงก็ต้องขออภัยอยางแรงที่สุดค่ะ จากใจจริง ใครไม่เห็นด้วยก็ไม่ได้ว่า และไม่ได้บังคับใครให้ทำตาม ทุกคนต่างมีความคิดของตัวเอง..... นโยบายมันก็เท่านั้นแหละ มันอยู่ที่ว่าตอนทำจริงๆ จะเป็นยังไง ซึ่งมันอยู่ที่คนทำคือน้องปี 2 ปีนี้ ถ้าปีนี้ทำอย่างนี้แล้ว work ปีหน้าก็ทำต่อไป แต่ถ้าไม่เกิดอะไรขึ้นมาและทำแล้วลำบากใจ หรือมีอะไรที่ "ไม่ใช่" ปีหน้าก็ค่อยปรับไปแล้วกัน ไม่ต้องคิดมาก  

 

ทำสิ่งที่มีวันนี้ให้ดีที่สุด

 

ขอบคุณทุกท่านที่มาฟังเดี๊ยนบ่น

 

ด้วยความเคารพ

 

edit @ 20 Mar 2010 16:11:31 by ADISARA

edit @ 20 Mar 2010 16:23:04 by ADISARA

edit @ 20 Mar 2010 16:29:15 by ADISARA

แบบว่าไม่ได้ Update blog นานมากกกกกกก ล่าสุดตั้งแต่ก่อนสอบ Elements ตอนเทอม 1 ที่บ่น ๆ เอาไว้ว่า severe มาก มาตอนนี้ก็กำลังจะสอบอีกแล้วนะ (อีกแค่ 1 วันเท่านั้นสำหรับ Abdomen) จึงเกิดคำถามในใจว่า "เอ ทำไมต้องมา up blog เอาตอนใกล้สอบด้วยนะ?" คำตอบคือ ช่วงใกล้สอบนี่แหละที่เดี๊ยนเวิ่นเป็นที่สุด อ่านหนังไปไปได้ 2-3 หน้าก็หันมากด Keyboard ลากเมาส์ด็อกแด๊ก ๆ ไปเรื่อยเปื่อย ยิ่งตอนนี้ที่ติด facebook อย่างกะโคเคนก็ไม่ปาน นั่งจ้องอยู่ได้ทั้งวี่ทั้งวัน ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันสนุกตรงไหน..... สงสัยจะเจอฤทธิ์ Social Network สุดล้ำไพศาลเข้าให้แล้ว หรือไม่ก็เจอวิญญาณครูกุ๊กช่อง 3 เข้าสิง เพราะเล่น Restaurant City เป็นพ่อครัวเติมพลังมันทั้งวัน ยิ่งเล่นยิ่งติดอ่ะ เพลิน ๆ ดี ทั้ง ๆ ที่เกมมันก็ไม่มีอะไรเลย นี่แหละหนา หนทางหลีกหนีจากปัญหาโลกแห่งความวุ่นวายสู่การสร้างโลกส่วนตัวอันสงบสุข (?) ที่หาไม่ได้ในชีวิตจริง

Photobucket

Restaurant ใน facebook ของเดี๊ยนเอง ปลาบปลื้ม ภาคภูมิใจเป็นที่สุด 

การใช้ชีวิตประจำวันในตอนนี้ใกล้เคียงค้างคาวเข้าไปทุกที นอนตี 3 ตี 4 ตื่นบ่าย 2 Biological clock พังพินาศหมด เฮ้อ!! เหนื่อยใจกับตัวเอง ดีนะที่เกรดเทอม 1 ยังเริดอยู่ ไม่งั้นอาจสิ้นกำลังใจได้ง่าย ๆ กับการต่อสู้ในเทอม 2 ที่แต่ละวิชาปาเข้าไปไม่ต่ำกว่า 5 หน่วยกิต O-O สนุกสนานกันทีเดียว

Next Program >>>  

เดี๋ยวคอยดูนะ สอบเสร็จศุกร์นี้เมื่อไหร่จะไปดู Avatar ให้สะใจ (หลังจากช่วงที่ผ่านมาไม่ได้ดูหนังซะนาน แต่เสียเงินไปกับมหรสพพันล้านจนกระเป๋าแห้ง) แล้วก็กิน ๆๆๆๆๆๆๆๆ ทุกอย่างให้หมด 555  แล้วก็กลับมาเล่น Havest Moon ด้วย อยากเล่นนนนนนนนนน!!!!

สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ

edit @ 17 Dec 2009 03:51:23 by ADISARA

ขอกรี๊ด!!!

posted on 01 Sep 2009 01:29 by adisara

หลังจากที่ไม่ได้ update blog มานานแสนนาน เข้ามาครั้งนี้ ขอกรี๊ด ....

 

กรี๊ดที่ 1

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!

จะสอบศุกร์แล้ว อ่านหนังสือเหมือนจะทัน แต่ก็จำอะไรไม่ค่อยได้ จะรอดมั้ยคะเนี่ย 

ที่เห็นคือกองชีทบนโต๊ะในตอนนี้ ซึ่งถือว่ายังไม่รกมากเมื่อเทียบกับสหายท่านอื่น ๆ

 

กรี๊ดที่ 2

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!

มัวแต่อ้อยอิ่ง บัตรหมด อดรับประทาน เค้าบอกละคร "นางฟ้านิรนาม" ของอักษรฯ จุฬาฯ นั้นเลิศสะแมนแตนเป็นอันมาก แถมยังเป็นเรื่องเกี่ยวกับวงการอาชีพสายสาธารสุขของเราอีก เซงสุดฤทธิ์ พลาดครั้งนี้ ไม่รู้จะหาโอกาสทดแทนได้ที่ไหน สงสัยต้องตามไปดูที่สุราษฎร์ = = (ซึ่ง Impossible ค่ะ)  อยากรู้ว่าคืออะไร อ่านรายละเอียดได้ที่ nangfahnirnam.exteen.com

 

กรี๊ดที่ 3

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!

ไปดู Mama Mia! มาแล้ว แต่ไหงมันไม่เลิศแอนด์เร้าอย่างที่คิดนะ หรือเราจะตั้งความคาดหวังมากเกินไป? แต่ยังดีที่การ Dance ตอนจบกระชากอารมณ์ได้มากอยู่ เลยไม่ค่อยหงิดเท่าไหร่ตอนออกมาจากโรง ว่าง ๆ หลังสอบจะมา Review แล้วกันจ้า

edit @ 1 Sep 2009 02:01:49 by ADISARA

edit @ 1 Sep 2009 02:02:27 by ADISARA

edit @ 1 Sep 2009 02:02:57 by ADISARA

ในวันเสาร์ฟ้าใส สบาย ๆ แบบนี้

ดิชั้นมีวาระพิเศษ

ในการแนะแนวเด็กเรท ๆ ที่อัสสัมชันบางรัก

ดูเหมือนงานไม่มีอะไร เมาท์ ๆ ไปแต่ก็ไฮโซ

คนไปน้อย แต่งานก็น้อยสมกับคนที่ไม่โลว... อย่างพวกเรา

 

เสร็จกิจก็เฉิดฉายต่อ ที่สยาม นั่นแล

เดิมดุ่มหาของซื้อ กินเที่ยว ไม่แคร์สื่อ

เจอ Digital Gateway เปิดใหม่ทำเปรี้ยว ขอเจิม

ร้าน Ice Cubies ซื้อ 1 แถม 1 โอ้.. ช่างเลิศเลอ อร่อยล้ำ เลอค่า

ดังได้เคี้ยวเกล็ดหิมะเลยนะเออ ขอบอก (เป็นเกล็ดน้ำแข็งละเอียดมาก ๆ ราดผลไม้และซอสหลากรสคล้าย ๆ Ice Monster)

12 รสเลือกสรร ตามแต่ใจตน

ราคาก็มิแพงดังคิด (ถ้วยใหญ่ 55 ถ้วยเล็ก 40) 

ชิมแล้วจะติด ใจชื่น

จึงชวนเพื่อน ๆ ผู้สนิท ไปชิม ของดี

พนักงานเลิศเลอถ้อยวจี บริการ ด้วยใจ

 

ปล1. อยากให้ไปเปิดที่ มธ.รังสิตบ้างจัง

ปล3.นี่ดิชั้นเขียนเป็นกลอนเปล่า หรือไร ใครช่วย ตอบที นะเออ เธอจ๋า นั่นแล

ปล4.Very Very Very... Maximum?

 

Me: A Theatrelism

posted on 26 Jul 2009 20:19 by adisara

ถ้าถามว่ามีอะไรที่ทำให้ชีวิตนักศึกษาแพทย์อันเรื่อยเปื่อยของเดี๊ยนดู High สดใส Up แรงแซงโค้งขึ้นมาแล้วล่ะก็... เดี๊ยนตอบได้เต็มปากเต็มคำค่ะว่า... การเต้นสันทนาการอันเป็นที่รัก

แต่ถ้าถามว่ามีอะไรที่เติมเต็มชีวิตนี้ด้วยพลังแห่งสุนทรียรส ทำให้เดี๊ยนเคลิบเคลิ้ม อิ่มเอิบใจยากจะหาใดเปรียบปาน... จะขอกรี๊ดดัง ๆ และตอบว่า "ละครเวทีค่ะ"

แต่เดิมก็เป็นคนทีชอบเข้าไปนั่งดูหนังในโรงอยู่แล้ว ไม่รู้เป็นอะไร อาจจะเพราะก่อนเข้าไปต้องเสียเงินอย่างน้อยเป็นหลักร้อยล่ะมั้ง มันเลยมีความสุข   

เมื่อประมาณ 5 ปีก่อน ดูหนังโรงอยู่ดี ๆ ก็ร้อนรนแรดไปดูละครเวทีขึ้นมา พอดูจบเท่านั้นล่ะคุณขา โอ้โห มันเหมือนเสพยา ตราหัวใจสุด ๆ จนอยากจะไปเสพใหม่อีกสักรอบสองรอบ บอกตรง ๆ ว่าลืมการดูหนังในโรงไปเลยณ ตรงนั้นเพราะมันแตกต่างกันมากจริง ๆ

ยังไงน่ะเหรอ? 

 

ภาพยนตร์... 2 มิติ (หรืออาจะ 3) / ละครเวที... ทุกมิติ ทุกมุมมองค่ะ บางเรื่องทะลุมิติก็มี

ภาพยนตร์... ดูไปกี่รอบกี่รอบก็เหมือน ๆ กัน ไม่แตกต่าง / ละครเวที... จะดูกี่รอบก็ลุ้นทุกรอบ การถ่ายทอดอารมณ์แต่ละรอบมันต่างกัน (โดยเฉพาะที่เป็น Musical ที่พลังแรงมาก ๆ)

ภาพยนตร์... ดูจบ เราไม่มีโอกาสที่จะแสดงการชื่นชม ณ ตรงนั้นได้อย่างออกนอกหน้า / ละครเวที... เรามีโอกาสที่จะแสดงการชื่นชมกับนักแสดงได้ตลอดทั้งเรื่อง โดยเฉพาะตอนเสร็จสิ้นการแสดง ที่นักแสดงจะออกมาขอบคุณเหล่าผู้ชม (Curtain Calls) นี่เรามีโอกาสที่จะปรบมือ กระโดด กรีดร้องให้กระหน่ำ มันช่างสุขหัวใจเป็นหนักหนา ใครไม่สัมผัสคงไม่รู้ว่ามันอบอุ่นแค่ไหน ราวกับว่าเรากับนักแสดงนั้นได้สนิทสนมกันเลยทีเดียว

 

คงเป็นเพราะอย่างนี้แหละมั้งที่ทำใหเดี๊ยนบ้าละครเวทีหนักหนา  

 

5 ปีที่ผ่านมา ดูมาก็หลายเรื่อง ขอบอกเล่าความรู้สึกสำหรับ Top3 ของเดี๊ยนไว้ประดับเป็นศรีแก่ blog หน่อยแล้วกันนะจ๊ะ

 

 

 

Number 3: Maenak The Musical (Dreambox)

บอกตรง ๆ ว่าทีไปดูเรื่องนี้ก็ด้วยความรู้สึกที่ว่า "คนจะชมอะไรกันนักกันหนาฮึ การแสดงวันแถลงข่าวก็ไม่เริ่ด เพลงนี่ช่างเนิบนาบ ไม่ติดหู ดนตรีก็ก๊องแก๊ง แถมพ่อมากหุ่นย้วยอีก โปสเตอร์ก็ทำห่วยยังกะเด็กพึ่งหัดทำ Photoshop  บลา ๆๆๆ จะสู้แม่นาครัชดาได้ฤๅ (แต่ความจริงก็ไม่ค่อยปลื้มกับของฝั่งรัชดาเท่าไหร่)"  แต่พอได้ไปสัมผัสเองถึงกับอึ้ง เป็นละครเวทีที่ละเมียดละไม สัมผัสได้เลยว่าคนทำนี่ช่างมีความคิดที่เก๋ไก๋และชาญฉลาดสุด ๆ หลายฉากสื่อความหมายแบบ "คิดได้ไงคะเนี่ย เทพจริง ๆ" ส่วนดนตรีก็ไทยมาก ๆ ไม่โป๊ะชึ่งจนเสียบรรยากาศ และที่สำคัญ เสียงของนางเอก (คุณน้ำมนต์) นี่ใสสุด ๆ เพราะจับใจเลยทีเดียว ส่วนตัวคิดว่าถ้าลำพังเสียงของเธอนะ Lea Salonga ก็เถอะ She สามารถ Fight ค่ะ แต่ถ้ารวมการส่งความรู้สึกผ่านน้ำเสียงและการแสดงแล้วคงจะยังห่าง Lea อีกหลายขุม ดูเรื่องนี้จบแล้ว ชื่นชมทีมงานและนักแสดงมาก ๆ จะเป็นกำลังใจให้ละครค่ายนี้ต่อไปแล้วกันนะจ๊ะ

 

Number 2: Chicago (International Tour)

ขึ้นชื่อว่า Chicago ที่คว้ามาแล้วทั้ง Tony, Grammy และ Oscar ประกอบกับบ้าหนังเรื่องนี้มาก เมื่อมีโอกาสจึงไม่พลาดที่จะไปดูต้นตำรับแบบละครเวทีซึ่งแตกต่างจากฉบับหนังพอสมควรเลยทีเดียว การแสดงของตัวละครโดยเฉพาะ Roxie Hart นั้นช่างจัดจ้าน ดัดจริตได้ใจเดี๊ยนเป็นอย่างยิ่ง เพลงแต่ละเพลงในแต่ละฉากนั้นมีพลังอย่างเหลือเชื่อ การเต้นนี่สมกับเป็น World Class จริง ๆ ถ้าจะพูดว่าละครเรื่องนี้สมบูรณ์แบบก็น่าจะมีไม่กี่คนที่คัดค้าน เรื่องนี้จะค่อนข้างแปลกและแนวมาก ๆ อยู่ 3 จุด คือ

1. ฉากมีอยู่ฉากเดียว ไม่มีการเปลี่ยนฉากให้วุ่นวาย และใช้ได้อย่างลงตัวตลอดเรื่อง

2. วงดนตรีที่ส่วนใหญ่จะอยู่ใน Orchestra Pit ถูกยกมาไว้ให้เห็นกันจะ ๆ บนเวที และยังมีส่วนร่วมกับการแสดงของตัวละครได้ดีอย่างเหลือเชื่อ 

3. นักแสดงทุกคนในเรื่อง ใส่ชุดดำ โดยไม่มีการเปลี่ยนชุด

เรื่องนี้ดูจบแล้วโดนจนเดี๊ยนต้อง Standing Ovation เลยล่ะค่ะคุณผู้ช้มมมมมมม!

 

Number 1: Tawipob The Musical (Scenario)

นี่คือเรื่องแรกที่ทำให้เดี๊ยนได้สัมผัสกับมนต์เสน่ห์แห่งละครเวที และทำให้เดี๊ยนบ้ามาจนทุกวันนี้

นี่คือละครที่รวมเพลงเพราะระดับตัวแม่ไว้เป็นกระบุง

นี่คือละครที่แสดงถึงความเป็นไทย และตีความทวิภพออกมาได้ไม่น้ำเน่าและน่าปวดหัวเหมือนฉบับภาพยนตร์และละครโทรทัศน์

และ นี่คือที่สุดของละครเวทีในหัวใจของเดี๊ยน ดูกี่เรื่อง ๆ ก็ไม่อิ่มเท่านี้แล้ว มันคือที่สุดจริง ๆ

 

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเรื่องที่ได้ไปดูแล้วประทับใจเช่นกัน

อยากบอกทุกคนว่าถ้ามีโอกาสและไม่เดือดร้อนทุนทรัพย์ หาเวลาไปดูละครเวทีสักครั้ง แล้วจะตกหลุมรัก และเป็น Theatrelism แบบเดี๊ยน เวลาไปดูละครจะได้มีเพื่อนไปสักที ดูคนเดียวหลายเรื่องเริ่มอยากเปลี่ยนบรรยากาศแล้ว... 

เร็ว ๆ นี้ Mama Mia ก็จะมาแสดงที่เมืองไทย ไม่รู้ว่าจะมีเงินเหลือพอซื้อข้าวกินอิ่มท้องรึเปล่า ถ้าไม่ช็อตมากคงได้ไปดู... แล้วมา Standing Ovation ด้วยกันนะจ๊ะ ^^

edit @ 26 Jul 2009 22:01:58 by ADISARA

edit @ 26 Jul 2009 22:03:58 by ADISARA