ถ้าถามว่ามีอะไรที่ทำให้ชีวิตนักศึกษาแพทย์อันเรื่อยเปื่อยของเดี๊ยนดู High สดใส Up แรงแซงโค้งขึ้นมาแล้วล่ะก็... เดี๊ยนตอบได้เต็มปากเต็มคำค่ะว่า... การเต้นสันทนาการอันเป็นที่รัก
แต่ถ้าถามว่ามีอะไรที่เติมเต็มชีวิตนี้ด้วยพลังแห่งสุนทรียรส ทำให้เดี๊ยนเคลิบเคลิ้ม อิ่มเอิบใจยากจะหาใดเปรียบปาน... จะขอกรี๊ดดัง ๆ และตอบว่า "ละครเวทีค่ะ"
แต่เดิมก็เป็นคนทีชอบเข้าไปนั่งดูหนังในโรงอยู่แล้ว ไม่รู้เป็นอะไร อาจจะเพราะก่อนเข้าไปต้องเสียเงินอย่างน้อยเป็นหลักร้อยล่ะมั้ง มันเลยมีความสุข
เมื่อประมาณ 5 ปีก่อน ดูหนังโรงอยู่ดี ๆ ก็ร้อนรนแรดไปดูละครเวทีขึ้นมา พอดูจบเท่านั้นล่ะคุณขา โอ้โห มันเหมือนเสพยา ตราหัวใจสุด ๆ จนอยากจะไปเสพใหม่อีกสักรอบสองรอบ บอกตรง ๆ ว่าลืมการดูหนังในโรงไปเลยณ ตรงนั้นเพราะมันแตกต่างกันมากจริง ๆ
ยังไงน่ะเหรอ?
ภาพยนตร์... 2 มิติ (หรืออาจะ 3) / ละครเวที... ทุกมิติ ทุกมุมมองค่ะ บางเรื่องทะลุมิติก็มี
ภาพยนตร์... ดูไปกี่รอบกี่รอบก็เหมือน ๆ กัน ไม่แตกต่าง / ละครเวที... จะดูกี่รอบก็ลุ้นทุกรอบ การถ่ายทอดอารมณ์แต่ละรอบมันต่างกัน (โดยเฉพาะที่เป็น Musical ที่พลังแรงมาก ๆ)
ภาพยนตร์... ดูจบ เราไม่มีโอกาสที่จะแสดงการชื่นชม ณ ตรงนั้นได้อย่างออกนอกหน้า / ละครเวที... เรามีโอกาสที่จะแสดงการชื่นชมกับนักแสดงได้ตลอดทั้งเรื่อง โดยเฉพาะตอนเสร็จสิ้นการแสดง ที่นักแสดงจะออกมาขอบคุณเหล่าผู้ชม (Curtain Calls) นี่เรามีโอกาสที่จะปรบมือ กระโดด กรีดร้องให้กระหน่ำ มันช่างสุขหัวใจเป็นหนักหนา ใครไม่สัมผัสคงไม่รู้ว่ามันอบอุ่นแค่ไหน ราวกับว่าเรากับนักแสดงนั้นได้สนิทสนมกันเลยทีเดียว
คงเป็นเพราะอย่างนี้แหละมั้งที่ทำใหเดี๊ยนบ้าละครเวทีหนักหนา
5 ปีที่ผ่านมา ดูมาก็หลายเรื่อง ขอบอกเล่าความรู้สึกสำหรับ Top3 ของเดี๊ยนไว้ประดับเป็นศรีแก่ blog หน่อยแล้วกันนะจ๊ะ
Number 3: Maenak The Musical (Dreambox)
บอกตรง ๆ ว่าทีไปดูเรื่องนี้ก็ด้วยความรู้สึกที่ว่า "คนจะชมอะไรกันนักกันหนาฮึ การแสดงวันแถลงข่าวก็ไม่เริ่ด เพลงนี่ช่างเนิบนาบ ไม่ติดหู ดนตรีก็ก๊องแก๊ง แถมพ่อมากหุ่นย้วยอีก โปสเตอร์ก็ทำห่วยยังกะเด็กพึ่งหัดทำ Photoshop บลา ๆๆๆ จะสู้แม่นาครัชดาได้ฤๅ (แต่ความจริงก็ไม่ค่อยปลื้มกับของฝั่งรัชดาเท่าไหร่)" แต่พอได้ไปสัมผัสเองถึงกับอึ้ง เป็นละครเวทีที่ละเมียดละไม สัมผัสได้เลยว่าคนทำนี่ช่างมีความคิดที่เก๋ไก๋และชาญฉลาดสุด ๆ หลายฉากสื่อความหมายแบบ "คิดได้ไงคะเนี่ย เทพจริง ๆ" ส่วนดนตรีก็ไทยมาก ๆ ไม่โป๊ะชึ่งจนเสียบรรยากาศ และที่สำคัญ เสียงของนางเอก (คุณน้ำมนต์) นี่ใสสุด ๆ เพราะจับใจเลยทีเดียว ส่วนตัวคิดว่าถ้าลำพังเสียงของเธอนะ Lea Salonga ก็เถอะ She สามารถ Fight ค่ะ แต่ถ้ารวมการส่งความรู้สึกผ่านน้ำเสียงและการแสดงแล้วคงจะยังห่าง Lea อีกหลายขุม ดูเรื่องนี้จบแล้ว ชื่นชมทีมงานและนักแสดงมาก ๆ จะเป็นกำลังใจให้ละครค่ายนี้ต่อไปแล้วกันนะจ๊ะ
Number 2: Chicago (International Tour)
ขึ้นชื่อว่า Chicago ที่คว้ามาแล้วทั้ง Tony, Grammy และ Oscar ประกอบกับบ้าหนังเรื่องนี้มาก เมื่อมีโอกาสจึงไม่พลาดที่จะไปดูต้นตำรับแบบละครเวทีซึ่งแตกต่างจากฉบับหนังพอสมควรเลยทีเดียว การแสดงของตัวละครโดยเฉพาะ Roxie Hart นั้นช่างจัดจ้าน ดัดจริตได้ใจเดี๊ยนเป็นอย่างยิ่ง เพลงแต่ละเพลงในแต่ละฉากนั้นมีพลังอย่างเหลือเชื่อ การเต้นนี่สมกับเป็น World Class จริง ๆ ถ้าจะพูดว่าละครเรื่องนี้สมบูรณ์แบบก็น่าจะมีไม่กี่คนที่คัดค้าน เรื่องนี้จะค่อนข้างแปลกและแนวมาก ๆ อยู่ 3 จุด คือ
1. ฉากมีอยู่ฉากเดียว ไม่มีการเปลี่ยนฉากให้วุ่นวาย และใช้ได้อย่างลงตัวตลอดเรื่อง
2. วงดนตรีที่ส่วนใหญ่จะอยู่ใน Orchestra Pit ถูกยกมาไว้ให้เห็นกันจะ ๆ บนเวที และยังมีส่วนร่วมกับการแสดงของตัวละครได้ดีอย่างเหลือเชื่อ
3. นักแสดงทุกคนในเรื่อง ใส่ชุดดำ โดยไม่มีการเปลี่ยนชุด
เรื่องนี้ดูจบแล้วโดนจนเดี๊ยนต้อง Standing Ovation เลยล่ะค่ะคุณผู้ช้มมมมมมม!
Number 1: Tawipob The Musical (Scenario)
นี่คือเรื่องแรกที่ทำให้เดี๊ยนได้สัมผัสกับมนต์เสน่ห์แห่งละครเวที และทำให้เดี๊ยนบ้ามาจนทุกวันนี้
นี่คือละครที่รวมเพลงเพราะระดับตัวแม่ไว้เป็นกระบุง
นี่คือละครที่แสดงถึงความเป็นไทย และตีความทวิภพออกมาได้ไม่น้ำเน่าและน่าปวดหัวเหมือนฉบับภาพยนตร์และละครโทรทัศน์
และ นี่คือที่สุดของละครเวทีในหัวใจของเดี๊ยน ดูกี่เรื่อง ๆ ก็ไม่อิ่มเท่านี้แล้ว มันคือที่สุดจริง ๆ
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเรื่องที่ได้ไปดูแล้วประทับใจเช่นกัน
อยากบอกทุกคนว่าถ้ามีโอกาสและไม่เดือดร้อนทุนทรัพย์ หาเวลาไปดูละครเวทีสักครั้ง แล้วจะตกหลุมรัก และเป็น Theatrelism แบบเดี๊ยน เวลาไปดูละครจะได้มีเพื่อนไปสักที ดูคนเดียวหลายเรื่องเริ่มอยากเปลี่ยนบรรยากาศแล้ว...
เร็ว ๆ นี้ Mama Mia ก็จะมาแสดงที่เมืองไทย ไม่รู้ว่าจะมีเงินเหลือพอซื้อข้าวกินอิ่มท้องรึเปล่า ถ้าไม่ช็อตมากคงได้ไปดู... แล้วมา Standing Ovation ด้วยกันนะจ๊ะ ^^
edit @ 26 Jul 2009 22:01:58 by ADISARA
edit @ 26 Jul 2009 22:03:58 by ADISARA