แบบว่าไม่ได้ Update blog นานมากกกกกกก ล่าสุดตั้งแต่ก่อนสอบ Elements ตอนเทอม 1 ที่บ่น ๆ เอาไว้ว่า severe มาก มาตอนนี้ก็กำลังจะสอบอีกแล้วนะ (อีกแค่ 1 วันเท่านั้นสำหรับ Abdomen) จึงเกิดคำถามในใจว่า "เอ ทำไมต้องมา up blog เอาตอนใกล้สอบด้วยนะ?" คำตอบคือ ช่วงใกล้สอบนี่แหละที่เดี๊ยนเวิ่นเป็นที่สุด อ่านหนังไปไปได้ 2-3 หน้าก็หันมากด Keyboard ลากเมาส์ด็อกแด๊ก ๆ ไปเรื่อยเปื่อย ยิ่งตอนนี้ที่ติด facebook อย่างกะโคเคนก็ไม่ปาน นั่งจ้องอยู่ได้ทั้งวี่ทั้งวัน ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันสนุกตรงไหน..... สงสัยจะเจอฤทธิ์ Social Network สุดล้ำไพศาลเข้าให้แล้ว หรือไม่ก็เจอวิญญาณครูกุ๊กช่อง 3 เข้าสิง เพราะเล่น Restaurant City เป็นพ่อครัวเติมพลังมันทั้งวัน ยิ่งเล่นยิ่งติดอ่ะ เพลิน ๆ ดี ทั้ง ๆ ที่เกมมันก็ไม่มีอะไรเลย นี่แหละหนา หนทางหลีกหนีจากปัญหาโลกแห่งความวุ่นวายสู่การสร้างโลกส่วนตัวอันสงบสุข (?) ที่หาไม่ได้ในชีวิตจริง

Photobucket

Restaurant ใน facebook ของเดี๊ยนเอง ปลาบปลื้ม ภาคภูมิใจเป็นที่สุด 

การใช้ชีวิตประจำวันในตอนนี้ใกล้เคียงค้างคาวเข้าไปทุกที นอนตี 3 ตี 4 ตื่นบ่าย 2 Biological clock พังพินาศหมด เฮ้อ!! เหนื่อยใจกับตัวเอง ดีนะที่เกรดเทอม 1 ยังเริดอยู่ ไม่งั้นอาจสิ้นกำลังใจได้ง่าย ๆ กับการต่อสู้ในเทอม 2 ที่แต่ละวิชาปาเข้าไปไม่ต่ำกว่า 5 หน่วยกิต O-O สนุกสนานกันทีเดียว

Next Program >>>  

เดี๋ยวคอยดูนะ สอบเสร็จศุกร์นี้เมื่อไหร่จะไปดู Avatar ให้สะใจ (หลังจากช่วงที่ผ่านมาไม่ได้ดูหนังซะนาน แต่เสียเงินไปกับมหรสพพันล้านจนกระเป๋าแห้ง) แล้วก็กิน ๆๆๆๆๆๆๆๆ ทุกอย่างให้หมด 555  แล้วก็กลับมาเล่น Havest Moon ด้วย อยากเล่นนนนนนนนนน!!!!

สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ

edit @ 17 Dec 2009 03:51:23 by ADISARA

ขอกรี๊ด!!!

posted on 01 Sep 2009 01:29 by adisara

หลังจากที่ไม่ได้ update blog มานานแสนนาน เข้ามาครั้งนี้ ขอกรี๊ด ....

 

กรี๊ดที่ 1

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!

จะสอบศุกร์แล้ว อ่านหนังสือเหมือนจะทัน แต่ก็จำอะไรไม่ค่อยได้ จะรอดมั้ยคะเนี่ย 

ที่เห็นคือกองชีทบนโต๊ะในตอนนี้ ซึ่งถือว่ายังไม่รกมากเมื่อเทียบกับสหายท่านอื่น ๆ

 

กรี๊ดที่ 2

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!

มัวแต่อ้อยอิ่ง บัตรหมด อดรับประทาน เค้าบอกละคร "นางฟ้านิรนาม" ของอักษรฯ จุฬาฯ นั้นเลิศสะแมนแตนเป็นอันมาก แถมยังเป็นเรื่องเกี่ยวกับวงการอาชีพสายสาธารสุขของเราอีก เซงสุดฤทธิ์ พลาดครั้งนี้ ไม่รู้จะหาโอกาสทดแทนได้ที่ไหน สงสัยต้องตามไปดูที่สุราษฎร์ = = (ซึ่ง Impossible ค่ะ)  อยากรู้ว่าคืออะไร อ่านรายละเอียดได้ที่ nangfahnirnam.exteen.com

 

กรี๊ดที่ 3

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!

ไปดู Mama Mia! มาแล้ว แต่ไหงมันไม่เลิศแอนด์เร้าอย่างที่คิดนะ หรือเราจะตั้งความคาดหวังมากเกินไป? แต่ยังดีที่การ Dance ตอนจบกระชากอารมณ์ได้มากอยู่ เลยไม่ค่อยหงิดเท่าไหร่ตอนออกมาจากโรง ว่าง ๆ หลังสอบจะมา Review แล้วกันจ้า

edit @ 1 Sep 2009 02:01:49 by ADISARA

edit @ 1 Sep 2009 02:02:27 by ADISARA

edit @ 1 Sep 2009 02:02:57 by ADISARA

ในวันเสาร์ฟ้าใส สบาย ๆ แบบนี้

ดิชั้นมีวาระพิเศษ

ในการแนะแนวเด็กเรท ๆ ที่อัสสัมชันบางรัก

ดูเหมือนงานไม่มีอะไร เมาท์ ๆ ไปแต่ก็ไฮโซ

คนไปน้อย แต่งานก็น้อยสมกับคนที่ไม่โลว... อย่างพวกเรา

 

เสร็จกิจก็เฉิดฉายต่อ ที่สยาม นั่นแล

เดิมดุ่มหาของซื้อ กินเที่ยว ไม่แคร์สื่อ

เจอ Digital Gateway เปิดใหม่ทำเปรี้ยว ขอเจิม

ร้าน Ice Cubies ซื้อ 1 แถม 1 โอ้.. ช่างเลิศเลอ อร่อยล้ำ เลอค่า

ดังได้เคี้ยวเกล็ดหิมะเลยนะเออ ขอบอก (เป็นเกล็ดน้ำแข็งละเอียดมาก ๆ ราดผลไม้และซอสหลากรสคล้าย ๆ Ice Monster)

12 รสเลือกสรร ตามแต่ใจตน

ราคาก็มิแพงดังคิด (ถ้วยใหญ่ 55 ถ้วยเล็ก 40) 

ชิมแล้วจะติด ใจชื่น

จึงชวนเพื่อน ๆ ผู้สนิท ไปชิม ของดี

พนักงานเลิศเลอถ้อยวจี บริการ ด้วยใจ

 

ปล1. อยากให้ไปเปิดที่ มธ.รังสิตบ้างจัง

ปล3.นี่ดิชั้นเขียนเป็นกลอนเปล่า หรือไร ใครช่วย ตอบที นะเออ เธอจ๋า นั่นแล

ปล4.Very Very Very... Maximum?

 

Me: A Theatrelism

posted on 26 Jul 2009 20:19 by adisara

ถ้าถามว่ามีอะไรที่ทำให้ชีวิตนักศึกษาแพทย์อันเรื่อยเปื่อยของเดี๊ยนดู High สดใส Up แรงแซงโค้งขึ้นมาแล้วล่ะก็... เดี๊ยนตอบได้เต็มปากเต็มคำค่ะว่า... การเต้นสันทนาการอันเป็นที่รัก

แต่ถ้าถามว่ามีอะไรที่เติมเต็มชีวิตนี้ด้วยพลังแห่งสุนทรียรส ทำให้เดี๊ยนเคลิบเคลิ้ม อิ่มเอิบใจยากจะหาใดเปรียบปาน... จะขอกรี๊ดดัง ๆ และตอบว่า "ละครเวทีค่ะ"

แต่เดิมก็เป็นคนทีชอบเข้าไปนั่งดูหนังในโรงอยู่แล้ว ไม่รู้เป็นอะไร อาจจะเพราะก่อนเข้าไปต้องเสียเงินอย่างน้อยเป็นหลักร้อยล่ะมั้ง มันเลยมีความสุข   

เมื่อประมาณ 5 ปีก่อน ดูหนังโรงอยู่ดี ๆ ก็ร้อนรนแรดไปดูละครเวทีขึ้นมา พอดูจบเท่านั้นล่ะคุณขา โอ้โห มันเหมือนเสพยา ตราหัวใจสุด ๆ จนอยากจะไปเสพใหม่อีกสักรอบสองรอบ บอกตรง ๆ ว่าลืมการดูหนังในโรงไปเลยณ ตรงนั้นเพราะมันแตกต่างกันมากจริง ๆ

ยังไงน่ะเหรอ? 

 

ภาพยนตร์... 2 มิติ (หรืออาจะ 3) / ละครเวที... ทุกมิติ ทุกมุมมองค่ะ บางเรื่องทะลุมิติก็มี

ภาพยนตร์... ดูไปกี่รอบกี่รอบก็เหมือน ๆ กัน ไม่แตกต่าง / ละครเวที... จะดูกี่รอบก็ลุ้นทุกรอบ การถ่ายทอดอารมณ์แต่ละรอบมันต่างกัน (โดยเฉพาะที่เป็น Musical ที่พลังแรงมาก ๆ)

ภาพยนตร์... ดูจบ เราไม่มีโอกาสที่จะแสดงการชื่นชม ณ ตรงนั้นได้อย่างออกนอกหน้า / ละครเวที... เรามีโอกาสที่จะแสดงการชื่นชมกับนักแสดงได้ตลอดทั้งเรื่อง โดยเฉพาะตอนเสร็จสิ้นการแสดง ที่นักแสดงจะออกมาขอบคุณเหล่าผู้ชม (Curtain Calls) นี่เรามีโอกาสที่จะปรบมือ กระโดด กรีดร้องให้กระหน่ำ มันช่างสุขหัวใจเป็นหนักหนา ใครไม่สัมผัสคงไม่รู้ว่ามันอบอุ่นแค่ไหน ราวกับว่าเรากับนักแสดงนั้นได้สนิทสนมกันเลยทีเดียว

 

คงเป็นเพราะอย่างนี้แหละมั้งที่ทำใหเดี๊ยนบ้าละครเวทีหนักหนา  

 

5 ปีที่ผ่านมา ดูมาก็หลายเรื่อง ขอบอกเล่าความรู้สึกสำหรับ Top3 ของเดี๊ยนไว้ประดับเป็นศรีแก่ blog หน่อยแล้วกันนะจ๊ะ

 

 

 

Number 3: Maenak The Musical (Dreambox)

บอกตรง ๆ ว่าทีไปดูเรื่องนี้ก็ด้วยความรู้สึกที่ว่า "คนจะชมอะไรกันนักกันหนาฮึ การแสดงวันแถลงข่าวก็ไม่เริ่ด เพลงนี่ช่างเนิบนาบ ไม่ติดหู ดนตรีก็ก๊องแก๊ง แถมพ่อมากหุ่นย้วยอีก โปสเตอร์ก็ทำห่วยยังกะเด็กพึ่งหัดทำ Photoshop  บลา ๆๆๆ จะสู้แม่นาครัชดาได้ฤๅ (แต่ความจริงก็ไม่ค่อยปลื้มกับของฝั่งรัชดาเท่าไหร่)"  แต่พอได้ไปสัมผัสเองถึงกับอึ้ง เป็นละครเวทีที่ละเมียดละไม สัมผัสได้เลยว่าคนทำนี่ช่างมีความคิดที่เก๋ไก๋และชาญฉลาดสุด ๆ หลายฉากสื่อความหมายแบบ "คิดได้ไงคะเนี่ย เทพจริง ๆ" ส่วนดนตรีก็ไทยมาก ๆ ไม่โป๊ะชึ่งจนเสียบรรยากาศ และที่สำคัญ เสียงของนางเอก (คุณน้ำมนต์) นี่ใสสุด ๆ เพราะจับใจเลยทีเดียว ส่วนตัวคิดว่าถ้าลำพังเสียงของเธอนะ Lea Salonga ก็เถอะ She สามารถ Fight ค่ะ แต่ถ้ารวมการส่งความรู้สึกผ่านน้ำเสียงและการแสดงแล้วคงจะยังห่าง Lea อีกหลายขุม ดูเรื่องนี้จบแล้ว ชื่นชมทีมงานและนักแสดงมาก ๆ จะเป็นกำลังใจให้ละครค่ายนี้ต่อไปแล้วกันนะจ๊ะ

 

Number 2: Chicago (International Tour)

ขึ้นชื่อว่า Chicago ที่คว้ามาแล้วทั้ง Tony, Grammy และ Oscar ประกอบกับบ้าหนังเรื่องนี้มาก เมื่อมีโอกาสจึงไม่พลาดที่จะไปดูต้นตำรับแบบละครเวทีซึ่งแตกต่างจากฉบับหนังพอสมควรเลยทีเดียว การแสดงของตัวละครโดยเฉพาะ Roxie Hart นั้นช่างจัดจ้าน ดัดจริตได้ใจเดี๊ยนเป็นอย่างยิ่ง เพลงแต่ละเพลงในแต่ละฉากนั้นมีพลังอย่างเหลือเชื่อ การเต้นนี่สมกับเป็น World Class จริง ๆ ถ้าจะพูดว่าละครเรื่องนี้สมบูรณ์แบบก็น่าจะมีไม่กี่คนที่คัดค้าน เรื่องนี้จะค่อนข้างแปลกและแนวมาก ๆ อยู่ 3 จุด คือ

1. ฉากมีอยู่ฉากเดียว ไม่มีการเปลี่ยนฉากให้วุ่นวาย และใช้ได้อย่างลงตัวตลอดเรื่อง

2. วงดนตรีที่ส่วนใหญ่จะอยู่ใน Orchestra Pit ถูกยกมาไว้ให้เห็นกันจะ ๆ บนเวที และยังมีส่วนร่วมกับการแสดงของตัวละครได้ดีอย่างเหลือเชื่อ 

3. นักแสดงทุกคนในเรื่อง ใส่ชุดดำ โดยไม่มีการเปลี่ยนชุด

เรื่องนี้ดูจบแล้วโดนจนเดี๊ยนต้อง Standing Ovation เลยล่ะค่ะคุณผู้ช้มมมมมมม!

 

Number 1: Tawipob The Musical (Scenario)

นี่คือเรื่องแรกที่ทำให้เดี๊ยนได้สัมผัสกับมนต์เสน่ห์แห่งละครเวที และทำให้เดี๊ยนบ้ามาจนทุกวันนี้

นี่คือละครที่รวมเพลงเพราะระดับตัวแม่ไว้เป็นกระบุง

นี่คือละครที่แสดงถึงความเป็นไทย และตีความทวิภพออกมาได้ไม่น้ำเน่าและน่าปวดหัวเหมือนฉบับภาพยนตร์และละครโทรทัศน์

และ นี่คือที่สุดของละครเวทีในหัวใจของเดี๊ยน ดูกี่เรื่อง ๆ ก็ไม่อิ่มเท่านี้แล้ว มันคือที่สุดจริง ๆ

 

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเรื่องที่ได้ไปดูแล้วประทับใจเช่นกัน

อยากบอกทุกคนว่าถ้ามีโอกาสและไม่เดือดร้อนทุนทรัพย์ หาเวลาไปดูละครเวทีสักครั้ง แล้วจะตกหลุมรัก และเป็น Theatrelism แบบเดี๊ยน เวลาไปดูละครจะได้มีเพื่อนไปสักที ดูคนเดียวหลายเรื่องเริ่มอยากเปลี่ยนบรรยากาศแล้ว... 

เร็ว ๆ นี้ Mama Mia ก็จะมาแสดงที่เมืองไทย ไม่รู้ว่าจะมีเงินเหลือพอซื้อข้าวกินอิ่มท้องรึเปล่า ถ้าไม่ช็อตมากคงได้ไปดู... แล้วมา Standing Ovation ด้วยกันนะจ๊ะ ^^

edit @ 26 Jul 2009 22:01:58 by ADISARA

edit @ 26 Jul 2009 22:03:58 by ADISARA

หลังจากการสอบ Summative อันเหนือความคาดหมายได้จบสิ้นลง

อาจารย์ออกตามหนังสือที่ให้มาเป๊ะ ๆ เลย เลิศมาก

แต่... ประเด็นคือ ข้อสอบทั้งหมดนั้นมันกระจายอยู่ในหนังสือประมาณเกือบ 10 เล่ม !!

แล้วใครมันจะนั่งอ่านเนี่ย โดยเฉพาะคนขี้เกียจอย่างเรา โอ้ อนิจจา! T T

ตอนสอบทึบมาก หนาวก็หนาว อุตส่าห์ไม่อ่านไป

แอบคิดแบบเข้าข้างตัวเองว่าอาจารย์คงจะออกให้นักศึกษาสามารถนำประสบการณ์การออกชุมชนมากลั่นกรอง วิเคราะห์ สังเคราะห์ แล้วตอบคำถามให้ห้องสอบได้อย่างน้อยประมาณ 80%

ที่ไหนได้ ทฤษฎียั๊วเยี๊ยะเต็มไปหมด

แต่เอาเหอะ ผ่านไปแล้ว มาเริ่มวันใหม่ที่สดใสใน block: Elements of life and functions กันดีกว่า

แต่ผลปรากฏว่า lecture ตอนเช้าวันแรกของ Block นี้ก็หลับจนได้

ส่วน Scenario 1 นั้น Shock กับความรู้อันน้อยนิดของตัวเอง

วันที่ 2 ตอนเช้าก็หลับ ตอนบ่ายก็ไม่รู้เรื่อง (อันนี้ขนาดนั่งหน้าแล้วนะ หรือเราจะไม่มีสมาธิพอก็ไม่รู้ เฮ้อ!) 

 

... ต่อไปนี้ ของจริงแล้วสินะ ต้องพยายามแล้ว ... จะเป็นหมอที่ดีและเก่งให้ได้ ชั้นจะขยัน คอยดูแล้วกัน

 

แรง!!! (แบบสวย ๆ)

 

ปล. วันนี้ตัดผมใหม่ หล่อและเปรี้ยวมาก.... เหอ ๆ