ด้วยความฉงนสงสัย
posted on 20 Mar 2010 14:32 by adisaraขออภัยไว้ตรงนี้หาย Entry นี้ทำให้ใครไม่พอใจ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวทั้งนั้นในฐานะ medtu คนหนึ่ง อ่านแล้วไม่จำเป็นต้องอินตามนะคะ เพราะไม่มีจุดประสงค์ที่จะพาขึ้น... แค่บ่นให้ฟัง แล้วก็ไม่ยืนยันด้วยว่าข้อมูลที่เอามาบ่นนี่จะจริง 100% เพราะได้ยินมา และมันทำให้ Liverache....................................!!
ปิดเทอมแล้วในที่สุด ไม่น่าเชื่อว่าจบปี 2 แล้ว การเรียนกับอาจารย์ใหญ่ผ่านไปแล้ว.... เร็วอย่างน่าใจหาย
แต่ปิดเทอมแล้วก็อย่านึกว่าคนสวยๆ อย่างดั๊นจะได้พักนะคะ งามเข้าตรึม
ทั้งๆ ที่ตั้งใจไว้แล้วแท้ๆ ว่าอยากพักบ้างอะไรบ้างหลังจากที่เหนื่อย (โคตรๆ) มาทั้งปี
เอาล่ะค่ะไม่บ่นตรงนี้แล้วกัน เพราะยังไงงานทั้งหลายแหล่นั้นก็เป็นงานเพื่อคนที่เรารัก เพื่ออาจารย์ เพื่อเพื่อน เพื่อน้องค่ะ เต็มใจ
แต่ไอ้ที่ทำให้ดั๊นฉงนสงสัยเป็นไก่ตาแตกสุดๆ นี่คือประเด็นงานรับน้องที่เกิดขึ้น (อีกแล้ว) ในหัวกระทู้ที่ว่า "งานแรกพบศูนย์นี่มันสร้างความแตกแย้กกกกกสุดๆ เลยนะคะตัว" ดังนั้นอย่าจัดมันเลยค่ะ แต่เอ๊ะจะไม่จัดก็กระไรอยู่ งั้นจัดแล้วกันค่ะ แต่ขอเป็นแค่ 1 วันไม่ค้างคืนนะ แล้วก็ห้ามน้องสนุกกันมากล่ะ ห้ามสันฯ และที่สำคัญ ห้ามพูดคำว่า "โครงการ กส ซีกลาง ซีออก ซีใต้ให้น้องได้ยินเด็ดขาดนะคะ!!!! อร๊ายยยยยยยย อกอีแป้นจะแตกตาย ถ้าเดี๊ยนเป็นน้องเดี๊ยนคงจะปลื้มนะคะ First Depression เอ้ย Impression ค่ะ = =
ที่เดี๊ยนได้ยินมานี่เป็นความจริงหรือคะ? ถ้าไม่จริงก็แล้วไปค่ะ แต่ถ้าจริงนี่ขอวิพากษ์วิจารณ์อย่างสงบปากสงบคำหน่อยเถอะนะคะ
อันดับแรก คิดว่าเป็นผลดีค่ะที่มีการจัดแรกพบศูนย์ขึ้น โดยเฉพาะ C เพราะน้องๆ จะได้รู้จักคุ้นเคยกับศูนย์ที่ตัวเองต้องเรียนในอนาคตไว้ก่อน และได้เจอกับพี่ๆ เพื่อรับทราบข้อมูลสำคัญบางประการไว้ในเบื้องต้น
และการจัดในระยะเวลา 1 วันนั้น คิดว่าลงตัวค่ะ ถ้าจัดกิจกรรมปึ๊กๆ ไม่เวิ่นเว้อ ไม่ต้องเปลืองงบประมาณ พี่ๆ และน้องๆ ก็ไม่ต้องเหนื่อยกันเกินไป จะได้เอากำลัง เวลา และมุกเด็ดเผ็ดมันของกิจกรรมทั้งหลายมาทุ่มในงานรับน้องใหญ่ให้เต็มที่
แต่เรื่องที่ไม่เห็นด้วยก็คือ
1. ไม่มีสันฯ ?
อันดับแรกมานิยามกันก่อนดีกว่าค่ะ ใครที่คิดว่า "สันทนาการ" หมายถึงการเต้น combo กันจนเหงื่อออกหอบกระหายอย่างเดียวนั้น คิดใหม่นะคะ! มันยังรวมถึงการทำอะไรก็ได้ให้ที่จรรโลงใจ ให้น้องรู้สึกสนุกและมีความสุขไปกับกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นการพูด การเล่นเกม ร้องเพลงเบาๆ คลอไปกับ step มือ เข้ากลุ่ม brain storm หรืออะไรต่างๆ นานา และเพื่อให้น้องกับพี่ได้รู้จักกันในเบื้องต้น หรือที่ใครจะเรียกว่า "ละลายพฤติกรรม (Ice breaking)" นั้นก็คงไม่ผิด
ถ้าไม่นับว่าตัวเองเป็นคนที่ลุ่มหลงในการเต้นแหกปากร้องกรี๊ดๆ ล่ะก็ อยากบอกนะคะว่า การสันฯ เนี่ยมันก็เป็น First impression อยากดีเชียวล่ะค่ะ คิดดูสิคะ ถ้าคุณเป็นเพื่อนใหม่ของหมอธรรมศาสตร์ งานแรกในคณะที่คุณเจอนั้นนิ่งสนิท ประหนึ่งว่ามานั่งสัมมนากับรุ่นพี่ผู้ทรงคุณวุฒิ คุณจะรู้สึกไงคะ บางคนอาจชอบก็ได้นะคะเดี๊ยนไม่รู้ แต่สำหรับเดี๊ยน ไม่แน่ๆ ค่ะ บางทีอาจพาลทำให้รู้สึกไม่อยากมางานรับน้องใหญ่ไปด้วยก็ได้
ทุกคนคงจำงานแรกพบ สพท. กันได้ใช่มั้ยคะ ปีนี้คิดว่าเปลี่ยนที่จัดนะ คิดว่าภาพรวมงานน่าจะดีขึ้น จากที่พบว่าปีที่ผ่านมามาค่อนข้างกร่อย... น้องหนีกลับบ้านกันเยอะ เพราะอะไรน่ะเหรอคะ ลองคิดดูค่ะ..
...
...
...
เดี๊ยนก็ไม่รู้เหมือนกัน เผอิญไม่ใช่ฝ่ายประเมิณผลของงานนะคะคุ้ณณณ
แต่เท่าที่เห็น คือบรรยากาศช่วงเช้านี่ไม่ไหวจะเคลียเลยค่ะ เพลียจิตมากๆ จะสันฯ อะไรก็ไม่สะดวก (ก็คุณท่านเล่นไม่ให้ตีกลอง) อีกอย่างอีเพื่อนบาง ม. มันก็แรงนะคะ เกินหน้าเกินตามากค่ะ up กันทั้งวัน ในขณะที่เพื่อนบาง ม. นั่งง่อย มันไม่เหนื่อยบ้างเหรอคะ..... ไม่หรอกค่ะ เพราะเค้าสนุกกันไงคะ เค้ากล้าเต้น กล้าแรง ถ้าเป็นครั้งแรงที่เค้าเจอกัน เค้าคงไม่กล้าหรอกค่ะ แต่นี่เค้าได้ทำอะไรอย่างนี้กันมาก่อนแล้วไงคะ เค้าเลยกล้า
ลากมาซะยาวก็แค่จะบอกว่า คิดดูสิ ขนาดปีก่อนๆ เราเคยสนุก เราเคยเต้นด้วยกันมาบ้างแล้ว เรายังแทบแป้กในงานนี้ แล้วถ้าเราไม่เคยทำอะไรเลย... โอกาสสูงค่ะที่จะแป้กมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก อันนี้เป็นห่วงน้องๆ 20 ค่ะ กลัวน้องจะ fail กัน พูดตรงๆ เพราะรุ่นเดี๊ยนเองยอมรับมีโอกาสได้สันฯ ให้น้องน้อย และอาจถ่ายทอดได้ไม่มาก น้องก็ไม่ค่อยได้เต้น แล้วก็ไม่ค่อยมีประสบการณ์ในการนำสันฯ ด้วย แทนที่งานแรกพบศูนย์จะมีโอกาสได้ฝึก ได้ทวน ก็เป็นอันว่าไม่ได้ค่ะ... จบกัน แต่ได้ข่าวมาว่าน้องบางโครงการยังจัดให้มีสันฯ อยู่แถมมีซ้อมก่อนด้วย ต้องชื่นชมในความอุตสาหะทำเพื่อน้อง 21 นะ ^^ (น้องโครงการอื่นคงตั้งตัวไม่ทันพี่เข้าใจ ไม่เป็นไรนะจ๊ะ งานต่อๆ ไปเอาใหม่จ่ะ ยังมีโอกาส)
ดังนั้นจึงขอเป็นกำลังใจให้น้อง 20 นะ ไม่แน่พี่อาจประเมินอะไรผิดไปก็ได้ เพราะน้องก็สามารถกันอยู่ ปีนี้ตีกลองได้ด้วย (รึเปล่า?) ^^ คงจะมันส์ได้ไม่ยากจ่ะ
แล้วถามว่าการที่น้อง 21 เพิ่งจะมาได้เต้นครั้งแรกในงานแรกพบ สพท. นั้น เสียหายรึเปล่า?
คำตอบคือ "ไม่เสียหายค่ะ แต่เสียดาย" เพราะแทนที่ แรกพบท่าพระจันทร์จะพอเต้นกันเป็นบ้างแล้ว และได้สนุกกันเต็มที่ ก็กลายเป็นว่ายังต้องแอ๊บๆ อยู่เล็กน้อยถึงมาก (อันนี้ขึ้นอยู่กับความแรงองน้องด้วย ถ้าน้องแรงมันก็แรงอ่ะ หยุดไม่อยู่ เหอ ๆ)
แค่นี้แหละค่ะในประเด็นแรก มาที่ประเด็นที่สองค่ะ
2. ห้ามใช้คำว่า "โครงการ" ไม่ว่าจะซีนั้น ซีนี้ เพราะจะเป็นการแบ่งแยก
มีประเด็นนี้จริงหรือ ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ามี...
อืมมม ประเด็นนี้คิดหนักนะคะ จะว่าไม่เห็นด้วยมันก็ไม่เชิง แต่คิดว่ามันไม่จำเป็นมากกว่าค่ะ
Word เดี่ยว ๆ มันก็แค่สัญลักษณ์แหละค่ะ Sentence สิคะที่สำคัญ
เราหนีความจริงไม่ได้หรอกว่า เราอยู่คนละโครงการกัน เราปฏิเสธได้มั้ยคะว่าชั้นเป็น กสพท. ชั้นเป็นซีกลาง เป็นซีออก เป็นซีใต้ เป็นแผนไทย.....?
แต่ความจริงอีกอย่างคืออะไรคะ "เราเป็นแพทย์ธรรมศาสตร์" ค่ะ และก็เป็น "รุ่นเดียวกันด้วย"
การหลีกเลี่ยงที่จะพูดคำว่าโครงการมันในทรรศนะของเดี๊ยนมันก็คือการหลบจากความจริงแหละค่ะ
ทำไมคะ ทำไมเราไม่ยอมรับว่าถึงเราจะเป็นแพทย์ มธ. คนละโครงการ แต่เราก็ควร และ สามารถ ที่จะรัก จะสามัคคีกันได้ แบบไม่ต้องมีรอยกาวมาประสานได้ไม่ใช่เหรอคะ รุ่นพี่ที่ผ่านๆ มายังทำได้เลยค่ะ ทำให้มันลงตัวอ่ะค่ะ ไม่จำเป็นต้องให้มันเป๊ะตาม Thoery นักหรอก
เราสามารถบอกน้องได้ สอนน้องได้ ไม่ใช่หรือคะ Word บาง Word ที่ไม่เหมาะสม แต่ถ้ามันเอามาใช้ใน Sentence ที่ชาญฉลาด มันก็เปลี่ยนมาเป็นสิ่งที่เลอค่าจนส่องแสงเฮ้ากวงได้มิใช่หรือ?
แล้วถ้าใครจะบอกว่า "งานแรกพบมันทำให้น้องเกาะกลุ่มกันเป็นก้อนอึ๊หรืออะไรก็ตาม" ขอเถียงค่ะว่า ถ้าไอ้ก้องอึ๊นั่นมันรู้จักประสานกันเป้นก้อนเดียว อาจไม่ต้องรวมเป็นก้อนเดียวแต่ Co กันเป็นกองเดียวที่ส่งกลิ่นหอมรัญจวนไปในสามโลกในภายหลังมันจะแตกแยกมั้ยคะ ...
แล้วใครจะมาบอกอีกว่า "ก็น้องซีมันรู้จักกันมาก่อนแล้วนี่หว่า ช่วยไม่ได้ค่ะ" ขอถามว่า เปลี่ยนทัศนคติ เปลี่ยนมุมมอง กันไม่ได้เลยหรือ ... ถ้าเปลี่ยนไม่ได้ "กิจกรรมนั้น (You Know what)" จะมีขึ้นมาทำไม?
ขอโทษอีกครั้งถ้าทำให้ใครไม่พอใจ แต่เรื่องเหล่านี้ (ที่รู้มา) มันค้างคาในใจ ถ้าไม่เป็นความจริงก็ต้องขออภัยอยางแรงที่สุดค่ะ จากใจจริง ใครไม่เห็นด้วยก็ไม่ได้ว่า และไม่ได้บังคับใครให้ทำตาม ทุกคนต่างมีความคิดของตัวเอง..... นโยบายมันก็เท่านั้นแหละ มันอยู่ที่ว่าตอนทำจริงๆ จะเป็นยังไง ซึ่งมันอยู่ที่คนทำคือน้องปี 2 ปีนี้ ถ้าปีนี้ทำอย่างนี้แล้ว work ปีหน้าก็ทำต่อไป แต่ถ้าไม่เกิดอะไรขึ้นมาและทำแล้วลำบากใจ หรือมีอะไรที่ "ไม่ใช่" ปีหน้าก็ค่อยปรับไปแล้วกัน ไม่ต้องคิดมาก
ทำสิ่งที่มีวันนี้ให้ดีที่สุด
ขอบคุณทุกท่านที่มาฟังเดี๊ยนบ่น
ด้วยความเคารพ
edit @ 20 Mar 2010 16:11:31 by ADISARA
edit @ 20 Mar 2010 16:23:04 by ADISARA
edit @ 20 Mar 2010 16:29:15 by ADISARA
